NINJA「-15-」♪ SLEEP

posted on 12 Mar 2012 19:29 by the-kon

NINJA-15-」SLEEP

 

เจ็บปวดทุกคราที่ย้อนนึกถึง ความจริงที่ราวกับเป็นเรื่องโกหก เรื่องโกหกที่ดูเหมือนจริง?? 

จนบางที...ก็แยกไม่ออกว่า สิ่งใดคือเรื่องโกหก และสิ่งใดคือความเป็นจริงกันแน่... 

 

 

 

พรุ่งนี้...ไม่สิ...มันเป็นเรื่อง เมื่อค่ำคืนนั้น...เป็นค่ำคืนที่ข้าไม่อยากให้มีรุ่งเช้าอีกเลย นั่นเพราะ 

มันจะเป็นวันที่ต้องเลือก... ว่าจะฆ่า...หรือจะต้องถูกฆ่า... 

 

ชะตากรรมของข้า...ถูกขีดไว้แบบนั้น ชีวิตของนินจาคนหนึ่ง 

 

ข้าได้รับการฝึกฝนและสั่งสอนจากนินจารุ่นพี่ที่ข้าสนิท และเคารพที่สุด เป็นดั่งเพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียว และครอบครัวเพียงคนเดียวที่ข้าเหลืออยู่

 

แต่เพราะด้วยฝีมือที่พัฒนาขึ้นตลอดหลายปีผ่านมาจนเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับเขาผู้นั้นที่สุด...

 

ชะตากรรมตัดสินให้เราต้องต่อสู้กัน!!

 

เพราะกฏอันสืบทอดกันมา ผู้แข็งแกร่งนั้นต้องมีเพียงหนึ่งเดียว และผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงจะต้องสังหารเพื่อนรัก เพื่อที่จะก้าวข้ามความแข็งแกร่งนั้นไป...

 

ช่างงี่เง่าสิ้นดี...

 

แล้วเมื่อเราต่างก็มีเพียงกัน...จึงกลายเป็นสิ่งโหดร้าย... ที่เมื่อใครคนใดคนหนึ่งสังหารอีกฝ่าย... จะเป็นที่ยอมรับและเป็นผู้สืบทอดของสำนักต่อไป...

 

ข้าในตอนนั้น อายุได้สิบห้า

ไม่เคยคิดต้องการสิ่งเหล่านั้นเลย... คนอย่างข้า... เพราะอย่างไร...ข้าก็ไม่มีทางลงมือกับยูทากะได้ ยูทากะนั้นแข็งแกร่งและเหมาะสมมากกว่าข้านัก...

แต่ถ้าเช่นนั้น...ข้าจะถูกเจ้าฆ่า...

 

ยิ้ม...ให้เหมือนกับที่เจ้าเคยยิ้มให้ข้า... ไม่เป็นไร...ถ้ามันต้องเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะ...

 

 

เจ้ากังวลเรื่องนั้นอยู่หรือ

ผู้ที่เปิดประตูบานเลื่อนเข้ามากล่าวขึ้น ทำลายความเงียบสงบในพวังของข้า ในห้องเงียบๆ โล่งๆ ที่นั่งอยู่คนเดียว ห้องของข้าที่ได้รับสิทธิ์ให้ใช้ได้ไม่ต้องไปปะปนกับพวกเด็กๆ ฝึกหัดที่เพิ่งเข้ามาใหม่ที่หอนอนเพราะได้รับการยอมรับจากครูฝึกทุกคนแล้ว

ก็จะไม่ให้กังวลได้อย่างไร

ข้าตอบกลับไป ยูทากะเดินตรงเข้ามาหาข้าที่นั่งกอดเข่าทอดมองออกไปนอกหน้าต่างไม้จากมุมห้อง

ข้าหันไปมองแล้วกล่าวอย่างจริงจัง ทันทีที่ยูทากะนั่งลงข้างๆ

ข้าจะไม่สู้กับเจ้าหรอก ข้าไม่ได้ต้องการตำแหน่งยศศักดิ์ใดๆ และข้าก็....

ข้าก็เหมือนกัน

แทรกขึ้นมาขณะที่ข้าพยายามจะกล่าวอะไรอีกมากมาย

ข้าก็ไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านั้นเลย กฎบ้าๆ เหล่านั้น สิ่งที่ข้าต้องการน่ะ... มีแค่...

.................

ยูทากะไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่จ้องมองที่ข้าและส่งยิ้มให้อย่างที่เคย

ยูทากะ...เจ้าควรได้รับตำแหน่งนั้นอยู่แล้ว... ไม่เหมือนข้า... เช่นนั้น รุ่งเช้าพรุ่งนี้ ขอให้เจ้าสังหารข้าเถอะ... อย่างน้อย ถ้าได้ตายด้วยมือเจ้าล่ะก็...

นิ้วมือเรียวจรดที่ริมฝีปากของข้าเพื่อหยุดวาจาไว้ รอยยิ้มที่มีพลันหายไปกลายเป็นสีหน้าจริงจัง

ข้าจะทำเช่นนั้นได้เยี่ยงไรกัน

ดูคล้ายว่ากำลังโกรธ...

อย่ากล่าวเช่นนั้นอีก

ใบหน้าขึงขังน่ากลัวกว่าทุกที...ขยับเข้ามาใกล้..ไม่ทันรู้ตัว ริมฝีปากอันร้อนผ่าวนั้นกลับตรึงข้าไว้ให้ขยับตัวไม่ได้ ในหัวว่างเปล่าสับสน จนไม่อาจเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ปิดตาแน่น...ไม่อาจถอยหนี สองมืออุ่นนั้นประคองใบหน้าข้าไว้ เรียวนิ้วสอดไล้ใต้เรือนผม ริมฝีปากอุ่นนิ่มบดเบียดดูดรัดอย่างหนักหน่วง พอเผลอเผยอปากเพื่อสูดหายใจ ก็ถูกเรียวลิ้นสอดเข้ามาโลมเร้าวาบหวาม

ร่างกายมันชาไปหมด ความรู้สึกนี้มันคือสิ่งใด... ข้าไม่เข้าใจ วงแขนที่โอบรัดร่างข้าไว้แนบชิด รสจูบหวานอุ่นดำเนินต่อไป จนไม่รู้ตัวว่ามันนานแค่ไหน... แปลกใจที่ไม่ได้รู้สึกไม่ดีแต่อย่างไร ฝ่ามือร้อนผ่าวนั้นสอดแหวกผ่านอกเสื้อของชุดยูกาตะเก่าๆ ที่สวมอยู่ ลูบไล้ผ่านผิวกายจนข้ารู้สึกได้ถึงความร้อนจากร่างกายอีกฝ่ายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทั้งที่ปกติเจ้าจะเยือกเย็นราวกับหิมะ...แต่นี่มัน...

ไม่...ไม่อาจหยุดไว้ได้ ความรู้สึกบางอย่างมันก่อตัวขึ้นช้าๆ จนไม่อาจหักห้าม และด้วยความเชื่อใจ ว่าถ้าเป็นคนตรงหน้านี้... ไม่ว่าอะไรก็จะไม่เป็นไร...

ลมหายใจอุ่นรินรดต้นคอ พร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบเมื่อรู้สึกถึงคมเขี้ยวที่กัดลบนลาดไหล่ของข้าเบาๆ

อึ่ก!”

ชุดยูกาตะถูกล่นปลดจนหลุดลุ่ย ยังเผลอร้องออกไปทุกครั้งที่ถูกริมฝีปากนั้นดูดเม้มบนผิวกายจนเป็นรอย มือใหญ่ที่สัมผัสไปทั่วร่างทำเอาสติกระเจิดกระเจิง สันจมูกคมเคล้าคลอเคลียบนแก้มนุ่มไม่ห่าง ก่อนจะกลับมาประทับจูบอันอ่อนหวานอีกครั้ง...

 

ข้าเผลอมือโอบกอดร่างตรงหน้าตามอารมณ์ที่ถูกทำให้คล้อยตาม...

 

อึก!!

 

อยู่ดีๆ ยูทากะก็หยุดลง คล้ายว่าสติจะคืนกลับมาจนนึกอะไรขึ้นได้จึงหยุด ผละจูบอันอ่อนหวานและถอยห่างออกไปจากข้าที่ได้แต่หรี่ตามองตามอย่างสงสัยและสับสน หายใจหอบเบาๆ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ร่างกายอ่อนระทวยและมีร่องรอยอยู่ทั่ว...

ยูทากะมองข้าด้วยสายตาที่แลดูเจ็บปวด...และคงสับสนไม่ต่างจากข้านัก... ก่อนที่จะเบือนหน้าหนีคล้ายกำลังพยายามหักห้ามใจ

 

ไม่ต้องกังวลเรื่องวันพรุ่งนี้... ข้าจะจัดการทั้งหมดนั่นเอง

กล่าวไว้เช่นนั้น ก่อนจะรีบรุดลุกเดินหนีออกจากห้องไป...

 

และข้าก็ไม่อาจเข้าใจอะไรได้เลย...

 

จนกระทั่งรุ่งเช้า... เมื่อเวลานั้นมาถึง

..

..

..

..

..

..

สองสหายเมาหัวราน้ำนั่งอิงพิงกันหมดสภาพเมื่อไคเดินกลับมาถึงโต๊ะ ดูเหมือนอาโอยจะเมาหลับไปแล้วจึงคอพับซบอยู่ที่ไหล่ของอุรุฮะที่เมาไม่แพ้กันแต่พอจะมีสติอยู่บ้าง

ไคเปรยยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินเข้าไป

“วันนี้พอเท่านี้เถอะครับ กลับห้องไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าจะได้เดินทางกลับกัน”

อุรุฮะหันมามองเมื่อได้ยินเสียงนั้น แม้จะมึนๆ ตึงๆ แต่ก็พอจับใจความได้ว่า ไปนอน จึงพยักหน้าตอบเบาๆ

แต่อาโอยที่ไม่ได้สตินี่สิ ไคจึงเดินเข้าไปค่อยๆ ประคองให้อาโอยลุกขึ้น จับแขนข้างหนึ่งพาดบ่าแล้วคล้องเอวประคองไว้ อุรุฮะที่ถูกซบอิงจึงเป็นอิสระ ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซบ้าง

“เดี๋ยวผมจะพาอาโอยซังไปส่งที่ห้องเอง อุรุฮะซังกลับเองไหวไหมครับ”

อุรุฮะยังมึนงง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมขมับเพราะรู้สึกปวดหัวและเวียนหัวไปหมด แต่ก็พยักหน้าตอบไปอย่างขอไปที

“อืม...ม่ายเปนราย...ม่ายต้องห่วง....ฝาก...อาโอยยย ด้วยน๊า...”

ว่าแล้วจึงค่อยๆ ประคองตัวเดินไปอย่างช้าๆ และไม่มั่นคงนัก แต่การดื่มเพียงแค่นี้ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรสำหรับนักดื่มอย่างเขา เป็นเรื่องเคยชินเสียด้วยซ้ำ ผิดกับอาโอยที่ไม่ได้ดื่มบ่อยนัก จึงเมาและหมดสภาพได้ง่ายกว่า

ไคมองตามอย่างห่วงๆ...แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่า...ร่างที่อยู่ในเงื้อมมือของเขาตอนนี้...ไคแสยะยิ้มร้ายพลางหัวเราะพึมพำเบาๆ

..

..

..

..

..

ร่างสูงโซซัดโซเซมาถึงห้องพักของตน พอเข้าไปในห้องได้ก็ผลักประตูปิดเสียงดังอย่างไม่สนใจ สะบัดรองเท้าอย่างไม่ใยดี เดินเซๆ ตรงไปถึงห้องนอน เอื้อมมือเปิดสวิตซ์ไฟตามนิสัย ก่อนจะโผลงนอนที่เตียง...

เตียง...บนเตียงนั้น

 

เขาแปลกใจทันทีที่เห็นอีกร่างนอนหลับไหลอยู่บนเตียงของตน แขนของเขาพาดอยู่บนร่างนั้นโดยไม่ตั้งใจ...

“เรย์ตะ...?”

ไม่เข้าใจนักว่าทำไม...ร่างบางถึงมาหลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงของเขาได้ ทั้งยัง...ไร้อาภรณ์ใดๆ บดบัง ร่างเปลือยเปล่าเผยผิวขาวซีดที่เต็มไปด้วยรอยด่างพร้อย มีเพียงผ้าห่มผืนบางที่คลุมร่างตั้งแต่ช่วงเอวลงไปไว้

สมองที่ถูกแอลกอฮอลล์ทำให้ปั่นป่วนไม่อาจจะวิเคราะห์ได้ว่าเพราะเหตุใดร่างบางจึงมาอยู่ที่นี่ได้... เพียงแต่ภาพที่เห็นตรงหน้า ใบหน้าหวานที่ยามหลับไหลไม่ได้สติราวกับเด็กน้อยอย่างไร้การระวังตัว เรือนร่างขาวซับสีเลือดกระทบแสงไฟ ช่างดูน่ามอง เสียจนเผลอยื่นมือไปสัมผัส

วางมือเบาๆ บนแผ่นอกบางที่ขยับขึ้นลงเพราะลมหายใจเข้าออก ลูบมือไล้ช้าๆ ลงไปถึงหน้าท้องแบนราบ สัมผัสบางเบา ระมัดระวังไม่ให้เจ้าของร่างรู้ตัว ขยับเข้าใกล้แล้วก้มลงประกบริมฝีปากบางของผู้ที่หลับไหล และปรนเปรอจูบอันอ่อนหวานเบาหวิวราวกับกล่อมนอน มือซุกซนลูบคลำลึกลงไปใต้ผืนผ้าห่มบาง เคล้าคลึงหยอกล้อกับเจ้าตัวน้อยที่หลับอยู่ด้านใต้นั้นอย่างเอ็นดู

ราวกับมีตุ๊กตาน่ารักมาให้เล่นสนุกถึงที่...ช่างเป็นคืนที่น่าสำราญ...

 

โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครอีกคนหลบอยู่ภายในตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่มุมห้อง และคอยบันทึกภาพทุกกิริยาเริงสวาทของพระเอกหนุ่มชื่อดังไว้ โดยประสงค์ร้าย...

รูกิแอบลอบหัวเราะเล็กๆ ด้วยความสะใจขณะที่ถือกล้องดิจิตอลบันทึกวีดีโออยู่ในมือ ทั้งที่ยิ้มเหยียดด้วยความโกรธแค้น...

 

 

..

..

..

..

ไคประคองร่างอันหมดสภาพของอาโอยมาจนถึงห้อง และวางลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง...

แต่...มันเป็นห้องของไค เตียงของไคนี่สิ...

 

จัดการถอดรองเท้าให้ร่างบาง แล้วจัดให้นอนบนเตียงในท่าที่สบาย ร่างอ่อนปวกเปียกที่ดูคล้ายไม่รู้สติ นอนแผ่อย่างผ่อนคลาย และละเมอครางอือออกมาเบาๆ

ผู้ที่ยืนมองอยู่แสยะยิ่มอย่างมีชัย...

 

เสื้อเชิ๊ตตัวบางเปียกชุ่มเพราะการดื่มกินกันเละเทะ กลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้ง ราวกับร่างนี้ไปอาบเหล้ามากระนั้นแล

ปล่อยไว้ก็เกรงจะทำให้เป็นหวัด ไคจึงนั่งลงข้างๆ และช่วยปลดกระดุมเสื้อเพื่อถอดให้ด้วยความหวังดี?

เพี๊ยะ!

มือที่กำลังปลดกระดุมนั้นถูกตีเบาๆ โดยเจ้าของร่าง

“อย่า...ยุ่ง...อืม....งุมงำๆ...”

เพียงแค่ละเมอเท่านั้น อาโอยยังดูไม่ได้สติเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ทำไปด้วยสัญชาติญาณ พลิกตัวหนีไปนอนตัวแคงอีกด้านด้วยความรำคาญ

 

ไคฉีกยิ้มร้าย แกมหัวเราะ และพึมพำออกมาเบาๆ

“อย่าหนีผมเลยครับ ผมรอคอยวันนี้มาตลอดเลยนะ หลงใหลและชื่นชมคุณมาตลอด ตอนที่ได้เจอคุณครั้งแรกก็ดีใจมาก จนกระทั่งได้มาร่วมงานกับคุณ...”

 

อาโอยในตอนนี้ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ไคจับไหล่บางนั้นให้พลิกหันกลับมา และไม่รอช้าที่จะโน้มตัวลงไปจู่โจม ริมฝีปากกระกบปิดเสียงละเมอค้านทั้งปวง และบรรเลงจูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน ละเมียดละไมราวกับค่อยๆ ลิ้มรสของหวานจานโปรด

“อะ...อืม...”

อาโอยมิได้ต่อต้านสักนิด กลับตอบรับรสจูบหวานนั้นอย่างเคลิบเคลิ้ม เรียวลิ้นชุ่มถูกส่งเข้าไปโลมเลียปรนเปรอภายในวาบหวาม

มือใหญ่ทำหน้าที่ปลดกระดุมถอดเสื้อที่ค้างไว้เมื่อครู่และถอดเสื้อที่เปียกชื้นตัวนั้นออกไปไม่ยากเย็นนัก ทั้งสองยังไม่คลายรสจูบดื่มด่ำที่ถลำลึกและหนักหน่วงขึ้นไปทุกที กดจูบบดขยี้ริมฝีปากกันและกัน พัวพันลิ้นพัลวันด้วยความปรารถนา...

แม้ว่าอาโอยจะไม่รู้ตัวเลยก็ตาม...

 

มือหนาลูบไล้แผ่นอกที่มีกล้ามเนื้อน้อยๆ นั้นอย่างเบามือ บนร่างที่อาบไปด้วยเหงื่อและแอลกอฮอล์ ทุกครั้งที่มือลากผ่านจุดยอดอกที่เริ่มแข็งเป็นไต ร่างบางก็สั่นเบาๆ และแอ่นอกรับสัมผัสอย่างปรารถนา

“อ๊ะ....”

ไคผละจากรสจูบแสนอร่อยที่รอคอย เพื่อให้อีกฝ่ายพักหายใจ เขายิ้มมองอย่างมีความสุขเหลือเกิน...

“อาโอยซัง... ถ้าคุณยังไม่รู้สึกตัวอยู่แบบนี้ล่ะก็... จะหยุดผมไว้ไม่ได้อีกแล้วนะครับ”

แม้ว่าไม่ได้คิดจะหยุดอยู่แล้วก็เถอะ...

กระซิบด้วยเสียงแผ่วเบาที่ข้างหู แต่ไม่มีคำตอบใดๆ กลับมา ร่างบางยังคงหลับตาพริ้มไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่ร่างกายกำลังรับรู้อยู่แน่ๆ ถึงสัมผัสอันรุ่มร้อนของฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปทั่วร่าง สัมผัของริมฝีปากที่ดูดเม้มพรมจูบที่รำคอระหงพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดเมื่อไคซุกไซร้สันจมูกสูดกลิ่นกายน่ารัญจวนของร่างบาง ลิ้นสากกร้านลากเลียไปทั่วอย่างตะกระตระกรามราวกับจะกลืนร่างที่หลับใหลนี้เข้าไปทั้งร่าง

 

“อะ...อืม...เรย์ตะ...”

 

หยุดชะงักลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น... ชื่อที่ร่างบางละเมอออกมา

“เรย์ตะ... อือ...ทำไมต้องหนี... ทำไมต้องหลบหน้าฉันด้วย... ฉันต้องการ...”

เสียงพร่ำเพ้อไม่รู้ตัวที่ราวกับบ่งบอกความในใจออกมานั้น ทำให้ไคเข้าใจได้ไม่ยาก

“เข้าใจแล้วครับ”

ยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ผมจะช่วยเติมเต็มความต้องการให้คุณเอง...”

ประกบจูบเบาๆ ด้วยความรัก มือหนาเลื่อนลงต่ำ เนื่องจากกางเกงที่หลวมหรือเพราะเอวคอดที่บอบบางของอีกฝ่ายกันแน่ที่ทำให้สอดมือเข้าไปภายในกางเกงยีนส์ได้อย่างง่ายดายและกอบกุมส่วนอ่อนไหวนั้นไว้และเค้นคลึงช้าๆ...

 

“แต่มันจะมากกว่าที่คนคนนั้นเคยทำให้คุณ”

 

เสียงเย็นยะเยือกกล่าวก้อง สายตาคมจับจ้องด้วยความปรารถนา กางเกงยีนส์ถูกเลื่อนหลุดและโยนลงจากเตียงโดยที่เจ้าของร่างยังไม่รู้ตัว ฝ่ามือที่ปรนเปรอปลุกเร้าแกนกายให้อาโอยนั้นทำให้เจ้าตัวน้อยนั้นตื่นตัวตอบรับอย่างแข็งขันทั้งๆ ที่ยังไม่รู้สติแท้ๆ แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อการรุกเร้าราวกับคุ้นเคย...

ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลล์หรือเพราะสาเหตุอื่นก็ไม่อาจทราบได้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน กัดเม้มริมฝีปากเบาๆ และครางอือแผ่วเบาด้วยความเสียวเกร็ง

ไคยิ้มและจ้องมองใบหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนของผู้ที่ไม่รู้สึกตัวนั้นด้วยความเอ็นดู

“หือ...อะไรนะครับ”

คล้ายว่าอาโอยจะพึมพำกล่าวอะไรบางอย่างออกมา แต่ไคได้ยินไม่ชัด จึงโน้มตัวเข้าไปฟังใกล้ๆ...”

“ร้อน...เร็ว...เร็วเข้า ช่วยฉันที”

 

วาจาอันน่ารักนั้นทำเอาไคเลือดสูบฉีดแล่นพล่านไปทั้งตัว... คนที่รักอยู่ตรงหน้าตนเองเช่นนี้ เชิญชวนกันขนาดนี้ แม้ว่าในความหมายนั้นจะไม่ได้หมายถึงตัวเขาก็ตาม... แต่มันก็ยากที่จะอดใจไหวอีกต่อไป

ความจริงก็ไม่ได้คิดจะอดใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่มันยิ่งทำให้เข้าร้อนใจขึ้นจนทนรอไม่ไหวแล้วต่างหาก...

 

“ได้สิครับ ผมจะพาคุณไปให้ถึงสวรรค์เอง”

 

เรียวขายาวถูกแยกออกกว้างพอ แกนกายที่ถูกปรุกเร้าจนตื่นตัวเต็มที่ของร่างบางเริ่มเฉอะแฉะ ลิ้นร้อนแตะเลียแกนกายแข็งขืนนั้นช้าๆ ไล้ปลายนิ้วหยอกล้อกับส่วนปลายที่แฉะไปด้วยคราบความปรารถนา ดูเหมือนร่างบางจะพอใจมิใช่น้อย แม้ว่าความจริงความชำนาญในการใช้ลิ้นของไคจะสู้เรย์ตะไม่ได้ แต่อาโอยในตอนนี้คงแยกไม่ออก

เรียวนิ้วยาวสอดใส่เข้าแหวกช่องทางที่คับแน่น สัมผัสอันบีบรัดมันบ่งบอกว่าช่องทางนี้ไม่เคยถูกใช้มาก่อน

เจ้าของร่างที่ยังไม่รู้ตัวถดตัวหนีเล็กน้อยตามสัญชาติญาณ แต่ก็ขยับหนีไปไหนไม่ได้ เมื่อไคใช้มืออีกข้างรั้งสะโพกไว้ รีบดันนิ้วเข้าไปให้ลึกขึ้นเพื่อเตรียมช่องทางให้กว้างพอ แต่ร่างกายนั้นเมื่อรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมกลับยิ่งเกร็งรัดนิ้วที่สอดแทรกเข้าไปเสียแน่น จนทำเอาไคแทบคลั่ง

ความร้อนและอ่อนนุ่มภายในนั้นกำลังรัดนิ้วของเขาไว้แน่น เพียงนึกว่าตนจะได้สอดแกนกายที่กำลังตื่นตัวเข้าไปในช่องทางนี้ก็แทบจะทนไม่ไหว

 

โน้มลงประกบจูบอย่างหักหน่วงอีกครั้ง ให้ร่างบางหลงระเริงไปกับสัมผัสริมฝีปากอันเร่าร้อน ช่องทางด้านล่างค่อยๆ ผ่อนคลาย ไครีบสอดนิ้วลึกแล้วขยับเร็ว รวบจังหวะแทรกนิ้วเพิ่มอย่างรีบร้อน อาโอยครางอือเบาๆ คล้ายเจ็บปวด แต่มันก็หยุดไม่ได้อีกแล้ว

 

ถอนนิ้วออกมา ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าช่องทางนั้นจะขยายพอรับกับความใหญ่โตที่ตื่นตัวอย่างเต็มที่ของตนแล้วหรือยัง ไม่ก็รอต่อไปไม่ไหวแล้ว

“ผมตั้งใจจะอ่อนโยนกับคุณแล้วนะครับ... แต่ร่างกายของคุณนั่นแหละที่ผิด ที่ทำให้ผมเป็นถึงขนาดนี้...”

กระซิบเบาๆ ก่อนจะจรดแกนกายของตนที่ปากทาง สอดดันเข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัว ช่องทางนั้นก็คับแน่น ร่างบางคล้ายละเมอและพยายามถดตัวหนี ไคล็อคเรียวขาทั้งสองของร่างบางไว้กับลำแขนแกร่ง แล้วกัดฟันฝืนดันแกนกายที่ขยายเต็มที่เข้าไปช้าๆ แต่ก็เข้ไปได้เพียงครึ่งเดียว

ความร้อนของผิวหนังนุ่มภายในตอดรัดเขาจนแทบหลอมละลาย ใบหน้าเหยเกที่แสดงออกอย่างไม่รู้ตัวของร่างบางนั้นกำลังเจ็บปวด

ช่างรู้สึกดี และทรมานเหลือเกินกับความปรารถนาอันเปี่ยมล้นนี้ ไคเริ่มขยับตัวช้าๆ ขย้อนดันแกนกายเข้าไปทีละนิดพร้อมกับการเสียดสีเข้าออก จนสุดท้ายก็เข้าไปได้จนสุด

“อะ...อา...”

อาโอยไม่ได้ขัดขืนมากเท่ากับตอนแรก เมื่อความเจ็บปวดเบาบางลงและปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกดี เพราะร่างกายยามที่ไม่ได้สตินี้โกหกไม่ได้อย่างแน่นอน ฝ่ามือเกร็งจิกที่นอน ร่างกายสั่นสะท้านและไหวเบาๆ ไปตามแรงกระแทกของอีกฝ่าย

“อาโอยซัง...แฮ่ก สวยมากเลยนะครับ”

เสียงแหบพร่าและหอบเบาๆ กล่าวชม ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นจะไม่ได้ยิน เรียวขาทั้งสองถูกแยกกว้างออกข้างลำตัว เพื่อให้ขยับได้สะดวกขึ้น ไคโน้มตัวลงแนบร่างกับแผ่นอกที่ชุ่มเหงื่อของร่างบาง โอบกอดไหล่เล็กที่สั่นเทา และพรมจูบซอกคอขาวอย่างรักใคร่ ขณะที่ขยับโยกแกนกายเคลื่อนไหวอยู่ภายในที่เริ่มเปียกชุ่มขึ้นมาเมื่อร่างบางหลั่งสารออกมาหล่อลื่น เสียงซวบซาบฟังดูน่าอายดังสลับกับเสียงเนื้อกระทบกัน

ร่างบางครางร้องอย่างทรมาน ขณะที่โอบมือเกาะกอดร่างด้านบนโดยไม่รู้ตัว สองร่างโอบกอดกันแนบแน่น ภายในสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวและเคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกัน ไคเร่งจังหวะกระแทกรวดเร็วขึ้น แต่ก็พยายามอ่อนโยนที่สุด เสียงหายใจหอบสองเสียงประสานกันจนดังก้องทั่วห้องนอนกว้างแห่งนี้

“อ๊ะ...อื๊อ...อ๊า~~”

ครางเสียงหวานอย่างรัญจวน ร่างบางถูกปลดปล่อย น้ำรักหลั่งออกมาเปรอะเปื้อนทั้งบนหน้าท้องของตนและอีกฝ่ายเปรอะเปื้อน ไคชะงักไปเล็กน้อยเมื่อร่างบ่างกระตุกสั่นหลังจากการปลดปล่อยยังจุดสูงสุด เขายิ้มแหยๆ และกล่าว

“แย่จังนะครับ ดันทิ้งผมถึงไปซะได้ ไม่รอกันเลยนะ”

ว่าแล้วก็ไม่รอช้า จับยึดสะโพกร่างบางไว้มั่นแล้วสวนแกนกายเสียดสีอย่างรวดเร็วและร้อนแรง เสียงกระทบกันของผิวหนังระทึกราวกับกลองรัว หางเสียงครางรัญจวนพร้อมกับเสียงหายใจหอบกังหลุดมาทุกครั้งที่ถูกอัดกระแทก

ไคกัดฟันแน่นกรอด ก่อนจะส่งกายเข้าไปยังจุดลึกสุด และปลดปล่อยความสุมสมภายในนั้น ของเหลวปริมาณมากมายส้นทะลักออกมาเปรอะเปื้อนบนเตียง ไคพักกายที่ภายใน หยุดนิ่งหายใจหอบอยู่สักพักหนึ่ง จึงค่อยๆ ถอนหายออกมา ให้คราบของเหลวไหลตามมานองเปียกเต็มที่นอน

ทิ้งกายลงนอนแนบร่างบางที่ตนหลงไหล ยิ้มมองอย่างเอ็นดูและมีความสุขเหลือเกิน

“...อาโอยซัง... ดีใจจริงๆ เลยนะครับ ในที่สุดคุณก็เป็นของผม... แม้ว่าตื่นมาแล้วคุณจะจำอะไรไม่ได้เลยก็ตาม...

แต่นั่นก็ดีแล้ว เพราะจากนี้...มีอะไรสนุกๆ รออยู่... แล้วผมจะทำให้คุณไม่มีวันลืมผมได้อีกเลย...”

ยิ้มอ่อนโยนอันเย็นยะเยือกราวกับเทพบุตรหิมะ... ที่ใครต่อใครเห็นอาจเป็นต้องหนาว เพราะไม่อาจจะรู้ได้เลยว่า...เขากำลังคิดอะไร

------------------------

กลับไปเม้นที่บทความกันเหมือนเดิมนะ

 

มีใครเชียร์คู่นี้อยู่หรือเปล่านะ ฮุฮุ

ตอนนี้ตอนเดียว เจอไปสามคู่เชียวนะ โฮะๆๆๆ

ขอขอบพระคุณทุกท่านที่รอคอยอีกครั้งนะคะ

 

ตอนหน้า เจอกันเดือนหน้าแล้วกันนะคะ (ยังไม่ทราบวันที่ที่แน่นอนนะ)

เพราะเดือนนี้ทั้งเดือน ไรเตอร์ยุ่งมากเลยค่ะ

ยังรักคนอ่านทุกคนเสมอนะ ขอบคุณทุกกำลังใจจ้ะ >w<

edit @ 12 Mar 2012 19:42:56 by THE KON